[EXSH] Christmas MiniEvent

posted on 09 Jan 2013 00:04 by melionar
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
Photobucket
 
 
-หมายเห็ด- เวิ่นทั้งนั้นเลย... อยากเขียนเรื่องที่บ้านจอนซักนิดน่ะค่ะ Orz
ไม่เหมือนมาเฉลย... มาเขียนสนองนี้ดมากกว่า แหง่กกก
 
 
 
*********************************************************
 
 

     วันคริสต์มาส... อีกหนึ่งเทศกาลที่ใครๆก็ตั้งตารอ

 

     แต่ทำไมผมถึงเบื่อมันเหลือเกินนะ...

    

        รถสปอร์ตคันงามสีขาวดูโดดเด่นในลานจอดรถที่มีแสงไฟมากมายส่องทางให้สว่างไสวในยามราตรี รอบๆรถคันนั้นรายล้อมไปด้วยรถยุโรปราคาแพงไม่ต่างกันเท่าไรนัก ทำเอายามหน้าใหม่ถึงกับตื่นเต้นที่ได้มาเฝ้าโรงจอดรถที่เขาไม่อาจซื้อได้แม้จะใช้เงินทั้งชีวิตแลกกับคันใดคนหนึ่งก็ตาม ยามหนุ่มรู้สึกถูกใจกับรถสีขาวตรงหน้าเขาเสียจนอยากจะตรงเข้าไปแตะผากระโปรงสะอาดสะอ้านนั่น จนกระทั่งใครบางคนเดินตรงเข้ามาอะแอมไอเบาๆด้านหลัง

        ยามหนุ่มหน้าใหม่รีบหันไปตามเสียงด้วยความตกใจ แต่ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากับเป็นชายที่ดูเด็กกว่าเขาไม่มากนัก จนไม่อยากจะคิดว่ารถคันนี้จะเป็นของชายคนนี้ ชายเจ้าของรถมองยามอย่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เขาแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า ก่อนจะเดินมาหยุดยืนหน้ารถคันงามของตัวเองแล้วหันไปยิ้มเป็นมารยาทให้เจ้าหน้าที่ในชุดเข้าสังคมที่เดินตามมา
         “จะกลับแล้วหรอครับมิสเตอร์กิลเลิร์ท” ชายในชุดสูทที่ดูมีอายุเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินไปเปิดประตูด้านคนขับ “ไม่อยู่ฉลองคืนวันคริสน์มาสอีฟที่นี่หรอครับ”
        “ไม่ละครับ... ผมนัดคนอื่นไว้แล้วน่ะ”
         “อา... นั่นสินะครับ วัยหนุ่มสาวอย่างคุณคงจะฉลองกับคนรักสินะ” รอยยิ้มกระอักกระอ่วนปรากฎบนสีหน้าของคนพูดชั่วขณะหนึ่งที่เขาทิ้งระยะคำพูดเอาไว้ “คือว่าเรื่องภาพของคุณ... ทางเราจะส่งของขวัญแทนคำขอบคุณไปให้ทีหลังนะครั-“
         “ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะครับ” เด็กหนุ่มผมบลอนด์รีบพูดแทรกขึ้นมา “ภาพนั้นผมตั้งใจจะวาดเพื่อการกุศลอยู่แล้วครับ... แปลกใจด้วยซ้ำที่ภาพของผมยังอุส่าขายได้ในงานที่มีแต่ผลงานระดับนี้ ผมถือว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ ดังนั้นเรื่องค่าตอบแทนน่ะ ลืมมันไปซะเถอะครับ”
        “ถ้าคุณพูดแบบนั้นละก็ ทางเราต้องขอขอบคุณอย่างมากนะครับ” รอยยิ้มที่แสนจะหลอกลวงบนใบหน้าของชายมีอายุช่างน่าสังเวชเหลือเกินในความคิดของเด็กหนุ่มที่ยิ้มตอบตามมารยาท
        “งั้นผมขอตัวนะครับ... ขอบคุณสำหรับงานเลี้ยง” พูดจบ เขาก็ไม่รอให้บทสนทนาที่แสนจะน่าเบื่อรั้งเขาไว้ได้อีก แลมโบกินี่สีขาวเงาวับแล่นออกจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะหนีออกมาห่างๆงานเลี้ยงการกุศลที่เหมือนกับการ ’ใส่หน้ากาก’ เข้าสังคมใจจะขาด

 

        “กลับมาแล้วครับ!” ชายที่เพิ่งจอดรถเสร็จรีบร้อนวิ่งเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงของอังกฤษพร้อมๆกับมือที่พยายามจะแกะหูกระต่ายสีขาวสะอาดตาออก เขารีบร้อนวิ่งขึ้นบันไดไปจนไม่ทันได้มองด้วยซ้ำว่าเขาพูดกับใคร
         “ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ” น้ำเสียงที่ดูมีอำนาจดังขึ้นที่หัวบันได ทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งตัวเล็กน้อยแล้วรีบหันมามองตามเสียงที่แสนจะมีอำนาจของชายผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ รวมทั้งเป็นคนซื้อรถคันสวยให้เขาด้วย
         “เอ่อ... ผม... เอ่อ... ต้องกลับมาทำงานต่อน่ะครับ” เขาหาข้ออ้างตอบไปอย่างเลิ่กลั่ก 
         “หึ... จะกลับมาฉลองวันคริสต์มาสกับตุ๊กตาละสิไม่ว่า” ดูเหมือนชายวัยกลางคนจะเดาได้ถูกต้อง เมื่อถ้อยคำที่เหมือนเดาขึ้นมาลอยๆกลับทำให้คนฟังหน้าเสียไปไม่น้อย “แกอายุเท่าไหร่แล้วโจนาธาน... แกควรจะพิจารณาซํกนิด... ผู้ชายที่ไหนจะติดตุ๊กตางอมแงมแบบนี้”
         “ผมแค่ศึกษาเรื่องตุ๊กตาเพื่อเอามาเป็นแรงบันดาลใจเวลาทำงานศิลปะครับ” เจ้าของชื่อคิ้วกระตุกเล็กน้อย ก่อนะจะพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยจนดูไร้อารมณ์ ถึงจะปั้นหน้านิ่งได้แค่ไหน ก็ไม่กล้าพอจะเถียงอะไรมากนัก เลยพยายามหาเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่าดูเหมือนที่เคยพูดทุกครั้งเมื่อโดนใครๆพูดแบบนี้ใส่ “คุณมีอะไรอีกรึเปล่าครับ?”
         “เดี๋ยว...” เจ้าของบ้านเดินขึ้นบันไดมาอยู่ในระดับเดียวกับเขาก่อนจะส่งกล่องขนาดไม่ใหญ่มากที่ถูกห่ออย่างดีด้วยกระดาษห่อของขวัญไร้ลวดลายให้กับเด็กหนุ่ม “มีพัศดุส่งมาหาแก”
         “ขอบคุณครับ...” เขารับมาอย่างแปลกใจ เพราะแทบจะไม่เคยมีใครส่งของมาให้เขาที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว ในใจแอบคิดว่านี่คงเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ชายตรงหน้าให้เขาแต่ไม่อยากบอกตรงๆมากกว่า 
         “หึ... แค่นั้นรึไง? วันนี้วันคริสต์มาสอีฟ... แต่แกไม่คิดจะชวนฉันกินไก่ง่วงเลยงั้นเรอะ?” น้ำเสียงที่ดูประชดหนักกว่าเก่าทำเอาคนฟังหน้าซีดไป ดวงตาสีฟ้าใสได้แต่มองคนเพียงคนเดียวที่ข่มเขาได้เดินห่างออกไป “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... ถ้าแกยังสำนึกได้ว่าควรจะมานั่งกินข้าวกับพ่อแม่ละก็ พรุ่งนี้เที่ยงก็หัดตื่นมากินข้าวให้มันพร้อมหน้าพร้อมตากันซะบ้าง”
         “หา...? นี่... คุณชวนผมทานข้าวหรอครับ?” หนุ่มผมบลอนด์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย แต่การที่ชายอีกคนหยุดเดินแล้วหันมายิ้มมุมปากให้ก็สามารถตอบคำถามของเขาได้ในทันที “ไว้...พรุ่งนี้ผมจะรีบตื่นมาทานอาหารด้วยนะครับ”
        "แล้วฉันจะรอดูว่าแกจะตื่นได้รึเปล่าโจนาธาน” พูดจบก็เดินต่อโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง
         “เดี๋ยวครับ!” จอนที่ถือกล่องปริศนาไว้รีบโผล่งขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินไปไกล


         “เมอรี่คริสต์มาสครับ... พ...พ่อ”


         “แม่แกไม่สอนให้ดูนาฬิการึไง... อีกสิบนาทีต่างหากถึงจะคริสต์มาส เจ้าโง่” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ก็อดหันไปยิ้มไม่ได้ มันนานมากแล้วที่ลูกชายบุญธรรมจะเรียกเขาว่าพ่อ นักธุรกิจวัยกลางคนเปิดประตูเข้าห้องทำงานตัวเองไปโดยไม่หันกลับมามองว่าคนที่เรียกเขาว่าพ่อได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่

 

        “ตาลุงแก่เอ๊ยยยยย ฉันอุส่าเรียกว่าพ่อต่อหน้าแล้วนะ...” เมื่อเข้ามานอนทิ้งตัวอยู่บนเตียงภายในห้องตามลำพัง ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา แต่พอหันไปเห็นเวลาบนหน้าปัดก็ถึงกับรีบร้อนจนรีบดีดตัวขึ้นมานั่ง “อีกห้านาทีเรอะ”
        จอนรีบร้อนแกะกล่องน่าสงสัยที่ได้รับมาเมื่อครู่อย่างตื่นเต้น แอบหวังลึกๆว่าพ่อบุญธรรมจะให้ของขวัญวันคริสต์มาสแบบอ้อมๆ แต่เขาก็ไม่ลืมนึกถึงตุ๊กตาสาวสวยขนาดเท่าคนจริงๆที่เดินมานั่งข้างๆเขา เธอถูกจับใส่หมวกซานตี้สีแดงให้เข้ากับเทศกาล และนั่นยิ่งทำให้ตุ๊กตาที่จอนทั้งหวงทั้งหลงตัวนี้ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่
         กระดาษห่อของขวัญลายเรียบๆธรรมดาถูกโยนลงพื้นแม้จอนจะแกะอย่างประณีตไร้รอยขาด สิ่งที่เขาสนใจคือสิ่งที่อยู่ในกล่องมากกว่า และมันก็ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ
         “ตาลุงนั่นคิดอะไรของเขา? จำได้ด้วยเรอะว่าฉันชอบของหวาน... แล้วก็สีฟ้านี่อีก” แท่งแคนดี้เคนสีฟ้าขาวดูสดใสถูกหยิบออกมามองอย่างฉงน แต่ก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนจนได้ จอนทิ้งตัวลงนอนบนตักของตุ๊กตาสาวที่ขยับมือขึ้นมาลูบผมของเขาเล่น การกระทำของเธอช่างดูเหมือนจริงจนเขาอยากจะคิดว่าเธอมีชีวิตจริงๆ ไม่ได้ขยับไปเพราะความคิดของเขา “ถ้าเธอพูดกับผมได้ก็ดีสิ... เมอร์รี่คริสต์มาสนะ... สโนว์ไวท์... อ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้ต้องเป็นอลิซใช่มั้ย? ก็ผมเป็นแฮตเตอร์แล้วนี่นะ...เมอร์รี่คริสมาสนะครับฟราร่า”

          จอนลุกขึ้นมานั่งจ้องมองผลงานชิ้นเอกของเขาพักใหญ่ นึกถึงวันแรกที่เริ่มต้นจัดการสร้างเธอขึ้นมา ตาสีฟ้าใสจ้องมองอยู่อย่างนั้นซักพักก่อนจะเผลอเลื่อนมือไปคว้าสร้อยที่คอระหงของตุ๊กตาขึ้นมามอง
          ล็อกเก็ตที่มีตัว K สลักไว้ด้านหน้าส่องประกายวาววับเล่นกับแสงไฟในห้องนอนขนาดใหญ่ที่จัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ถึงคนแปลกหน้าที่เข้ามาคุยด้วยในงานเลี้ยงวันนี้จะเรียกเขาว่ามิสเตอร์กิลเลิร์ท แต่เขากลับไม่เคยชินชากับการเรียกแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย... โจนาธานยังคงจำได้ดี ว่านามสกุลจริงๆของเขาคืออะไร... และพ่อแม่ของเขาเป็นใคร  

         “ถ้าซานต้ามีจริงๆละก็นะ... ขอแค่เจอทุกคนอีกครั้งก็พอ...” จอนยิ้มขึ้นมาอย่างเหม่อลอยในขณะที่จ้องล็อกเก็ตที่คอของตุ๊กตา แคนดี้เคนในมืออีกข้างถูกยกขึ้นมากินทั้งๆที่เจ้าตัวยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากล็อกเก็ต

         แต่ทันทีที่รสหวานของมันแตะปลายลิ้น เขากลับไม่อาจะแตะต้องล็อกเก็ตในมือได้ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังถือมันอยู่แท้ๆ เสียงแท่งแคนดี้เคนตกพื้นดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง เศษขนมหวานสีฟ้าแตกกระจายไปทั่วจนเลอะเทอะไปหมด เขามองสภาพห้องตัวเองอย่างแปลกใจและตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

        “อะไรกันวะเนี่ย อดกินแล้วห้องยังเลอะอีกหรอ! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ถ้ามดขึ้นจะทำยังไง!” จอนมองสำรวจไปรอบๆโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรบางอย่างกับตัวเอง สิ่งที่เขาห่วงที่สุดยังคงเป็นตุ๊กตาที่นั่งอยู่ข้างๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับแล้วสั่งให้ตุ๊กตาที่ทั้งหวงและห่วงลุกขึ้นเดินไปหลบอีกด้านหนึ่งของห้อง คงจะไม่ดีแน่ถ้าปล่อยให้มดขึ้นตุ๊กตา

         ทว่ามีบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม... มือที่กุมขมับดูจางๆและโปร่งใสจนต้องยกมือออกมาดู แต่ที่น่าแปลกก็คือเส้นใยเรืองแสงจางๆที่ปกติเขามองแทบไม่เห็นกลับหลั่งไหลวนอยู่ในมือข้างนั้นอย่างชัดเจน และเมื่อมันทะลุผ่านมือของเขาออกไปหาตุ๊กตาก็กลับเป็นเส้นที่มองไม่เห็นเหมือนเคย แต่มันทั้งชัดเจนและส่องสว่างเมื่ออยู่ในร่างของเขา
         ด้วยความตกใจ จอนเผลอหยุดการควบคุมตุ๊กตากระทันหันจนเธอล้มลงไปกองกับพื้นข้างๆเตียงอีกด้าน
         “เฮ้ยยยย ฟราร่า!” ถึงแม้เส้นใยประหลาดจะสงบนิ่งอยู่ภายในร่างของเขาแล้ว แต่แทนที่เขาจะสามารถพุ่งตรงไปรับตุ๊กตาสุดที่รัก กลับไม่อาจแม้แต่จะแตะต้องเธอซักนิด มือโปร่งใสทะลุผ่านร่างแน่นิ่งของตุ๊กตา “อะไรวะเนี่ยยยยย”

        อีกครั้งที่ในร่างกายของเขามีเส้นใยเรืองแสงสีขาวไหลวนไปวนมาอยู่ภายใน ตุ๊กตาสาวเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง พร้อมๆกับที่จอนรีบตรงดิ่งไปที่กระจกอีกฟากหนึ่งของห้องทันที

        แต่สิ่งที่กระจกสะท้อน คือภาพของห้องที่ไร้สิ่งมีชีวิต...

       ...เขามองไม่เห็นเงาของตัวเอง...

 

        “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก นี่ฉันกลายเป็นผีไปแล้วหรอ! แบบนี้ก็ต้องโดนผีตัวอื่นหลอกอะดิ... ต้องเข้าสังคมกับผี... คุยกับผี... เล่นเกมกับผี แล้วก็อยู่กับผีหรอ! แบบนี้ก็สัมผัสตุ๊กตาไม่ได้น่ะสิ แล้ว... แล้วจะเล่นเกมยังไง... แล้วจะกินไอติมยังไง... ไม่เอานะเว้ยยยยยยย ม่ายยยยยย” ถึงแม้จอนจะตะโกนโวยวายดังลั่นแค่ไหน แต่กลับไม่มีใครเคาะประตูบ่นซักคน แม้แต่พ่อบุญธรรมที่แสนจะเข้มงวดกับเขา “บ... แบบนี้ฉันก็ใช้ไม้กางเขนมากันผีไม่ได้แล้วใช่มั้ย... ฉันจะกลัวทั้งไม้กางเกนแล้วก็กระเทียมด้วยใช่มั้ย... ไม่... ต้องไม่เป็นแบบนั้นสิ... ใจเย็นโจนาธาน... นายลองตั้งสติ... ทำไมนายตาย... แล้วศพนายไปไหน...”
         เมื่อหันมามองรอบห้องอีกครั้งแล้วไม่เจอแม้แต่ร่องรอยของร่างกายตัวเอง จอนก็เริ่มเดินไปเดินมาในห้องเพื่อใช้ความคิด ถึงแม้ความเป็นจริงคือ ลอยไปลอยมาในห้องก็ตาม...

        “เดี๋ยวก่อนนะ... ถ้าแบบนั้นตาแก่นั่นก็ไม่ได้เป็นให้แคนดี้เคน... จะมีกี่คนกันที่รู้ว่าฉันชอบของหวาน... มีกี่คนกันที่เอาแต่พูดเรื่องศพแล้วก็วิญญาณ...” ร่างที่ไม่มีใครมองเห็นหันไปจ้องมองตุ๊กตาเหมือนพยายามนึกอะไรบางอย่าง “หวังว่าเรื่องนี้... คงไม่ใช่เพราะหมอนั่นหรอกนะ... ไอ้กระต่ายต๊อง...”

 

----------------------------------------------------------------------

แฮร่ๆๆๆ แอบพาดพิงมอสนิดนึง 5555555555555555+
เลือกสีฟ้าเพราะเป็นสีที่จอนชอบค่ะ โอยยยย เป็นวิญญาณพอดี เลยแอบนึกถึงมอส 555555+

ว่าแล้วก็วาดชุดที่ใส่ไปงานในช่วงแรกๆนิดนึง... ยังอยู่ในชุดนี้ตอนกินแคนดี้เคน
งั้นก็คงเป็นผีหน้าตาแบบนี้ 555555+

ขี้เกียจตัดเส้นเนี้ยบ

ทำไมหน้าเหมือนเกว็นนนนนนนน 

รูปหย่ายยยย  

 

 

รถจอน  : Lamborghini Gallardo Superleggera

 

 

 

เครดิต/ ภาพเพิ่มเติม : จิ้มเบย

ปกติจอดอยู่บ้านที่อังกฤษค่ะ มานิวยอร์คเลยไม่มีรถเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยชอบขับรถในนิวยอร์คเท่าไหร่ ดูเป็นพวกเดินๆๆๆมากกว่านั่งรถ ก็เลยจอดท้ิงไว้บ้านที่ลอนดอนดีกว่า ซื้ออีกคันก็คงไม่ได้ใช้ 

 

 สวยอ่ะ อยากได้ //ผิดนะ

แอบเวิ่นเยอะมากกว่าจะได้แกะแคนดี้เคนมากิน Orz

จอนแลดูโวยวายมาก... กลัวผีมาก... เป็นผีเลย สมน้ำหน้า 555555

ที่จริงจอนก็โวยวายๆนะถ้าเจอกวนหรือหงุดหงิดขัดใจ

ปกติจะไม่โวยวายอะไรเท่าไหร่แต่ก็แอบขี้รำคาญเบาๆ

ที่จริงแอบคิดคาร์แรคเตอร์แล้วก็สตอรี่พ่อแม่แท้ๆของจอนไว้แล้วด้วย

อา... ไว้มิชชั่นหน้าถ้าเกี่ยวข้องแล้วกัน♥

ปล. หมายเห็ด ใครไปงานของเล่น/คอสเวิลด์ที่ CTW วันอาทิตย์ที่ 13 เจอกันน้า

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วชอบหลายๆจุดเลยค่ะ ทั้งเรื่องนัยยะ "ใส่หน้ากาก" (ซึ่งคนใส่หน้ากากแบบจอน กลับกลายเป็นคน 'เปิดหน้ากาก') หรือเรื่องความสัมพันธ์ของจอนกับพ่อบุญธรรมที่ ดูไม่ลงรอยกัน แต่ลึกๆต่างฝ่ายคงเป็นห่วงกัน
เครียดๆมาจริงจัง มีขำตอนท้ายแฮะ โวยวายเสียยาวแต่ขำมากๆเลย #ผิด

#3 By kolonel on 2013-01-15 21:54

ไม่นะจอน...มอสเขาไม่ทำให้นายกลายเป็นวิญญาณหรอกเชื่อสิ นายต้องเป็นร่างที่มอสควบคุมได้สิจอน...(หลงประเด็น) จอนจ๊ะ มาเข้าสังคมผีกับเราเถอะ;w;

#2 By FIEPun on 2013-01-11 01:12

เป็นผีที่แต่งตัวดูดีมากครับ......
โวยวายจริงๆ แอบฮาที่มีพาดพิง หึหึ
น่าสงสาร กลายเป็นผีซะเองเสียแล้ว....

#1 By กรูมันเทพ on 2013-01-10 20:35